Life is short then do what brings happiness to life. Not just me who always smile but I wish you smile too, when reaches my comfort zone.

Search This Blog

Thursday, May 19, 2011

ปรับแสงให้สมดุล

เพื่อนๆ คงสงสัยกันบ้างละน่ะ ว่าทำไมถ่ายภาพออกมาแล้วสีแดง เหลือง ไม่ใสเลย อย่างบ้านโอ้ทไม่มีไฟนีออน หลายๆๆบ้านในอเมริกาคงจะเหมือนกัน มีแต่ไฟหลอดสีนวล เหลือง แม่บ้านอย่างเราจะชอบถ่ายภาพอาหาร แต่ทำไมออกมาสีไม่สวยเลยล่ะ ก็ไฟในครัวมันเหลือง แล้วจะทำอย่างไรกันดี.....ไม่อยากจ่ะ ทำแบบนี้นะ



เพื่อนๆๆสำรวจปุ่มต่างๆๆ ทำความรู้จักกล้องกันมาแล้ว ตั้งแต่แรก (ใครที่ยังไม่รู้ก็รีบทำความคุ้นเคยกับกล้องตัวเองซะ ไม่งั้นเขาจะดื้อไม่เชื่อฟังนะจะบอกให้) เพื่อนๆ เปิดที่โหมดประเภทแสง โอ้ทจำไม่ได้ว่าภาษาอังกฤษ และ ภาษาในวงการเรียกไวท์บาลานซ์ (White Balance)



แสงอาทิตย์(ดวงอาทิตย์) ภาษาอังกฤษเรียก Daylight (เดย์ไลท์) เลือกใช้วันที่แดดดี ฟ้าใส

แสงในร่ม Shade(เฉด) จะไม่สว่างเหมือนแสงอาทิตย์ แต่ออกสีขุ่นเล็กน้อย

แสงไฟกลม (เรียกหลอดกลมหรือเปล่า) Tungsten Light (ทังสเตนไลท์) จะออกสีอมฟ้านิดๆๆ

แสงนิออน Fluorescent light (ฟลูออเรสเซ่น ไลท์) สีจะเหมือนไฟนีออน ขาวนวล

อัตโนมัติ AWB (Auto White Balance) โอ้ทจะปรับในสถานการณ์ที่ปรับทุกตัวแล้วสียังดูไม่สวย ประมาณว่าไม่รู้จะปรับตัวไหนดี ใช้ตัวนี้เลย





ถ้าหากปรับแสงได้เหมาะสม ภาพจะออกมาสีใกล้ธรรมชาติ แต่หลายๆๆคนจะปรับแสงให้เป็นศิลปะ ก็ตามชอบ เช่นถ่ายแดดจ้า แต่อยากได้สีน้ำตาลหน่อยหรือ เหลืองก็ปรับที่แสงไฟกลม หรือ แสงในร่ม ดูในจอ LCD เวลาเลือกแต่ละประเภทสีจะเปลี่ยนไป โอ้ทยังจำไม่ได้แม่น ขณะเขียนนี้ก็เปิดกล้องดูไปด้วย







ตอนนี้เพื่อนๆๆ ก็รู้แล้วนะว่าทำยังไงให้ภาพออกมาสีธรรมชาติที่สุด







ยกตัวอย่าง ทุกครัั้งที่โอ้ทถ่ายอาหารในครัวแสงหลอดกลมจะเป็นสีน้ำตาล ต้องปรับไปที่หลอดกลม กล้องจะปรับให้เป็นสีธรรมชาติใกล้ความจริงที่สุด

ภาระกิจสาม โฟกัส ล๊อกโฟกัส ซูมฉากหลังเบลอร์

ภาระกิจที่สาม ให้เพื่อนๆหัดล๊อกโฟกัส รวมกับภาระกิจที่สองหลังเบลอร์ และ ถ่ายรูปมาดูกันอยากถ่ายกี่รูปตามสบายเลย แต่เอามาแบ่งกันดูคนละ 4-10 ภาพเหมือนเดิม กติกาตามนี้

1. หาแบบ หรือ สิ่งที่ถ่าย สองชิ้น จัดวาง จัดวางแบบในระยะห่างต่างกัน ใกล้ และ ห่าง
2. วางแบบตามชอบ ให้โฟกัสสลับชิ้นกัน ถ้ากล้องทำได้จะเห็นชิ้นโฟกัสชัดกว่าชิ้นที่ไม่โฟกัส ถ้ากล้องคุณสมบัติไม่ถึง ไม่เป็นไร
3. ถ่ายโฟกัส ชิ้นหน้า
4.ถ่ายโฟกัสชิ้นหลัง

กล้องแต่ละตัวคุณสมบัติต่างกัน ผลออกมาแบบไหนไม่ซีเรียสขอให้โฟกัสแจ่มๆๆพอ แล้วหลังเบลอร์ด้วย จะให้เบลอร์ทุกภาพ หรือบางภาพก็ได้ แต่ต้องมีทั้งเบลอร์ และ โฟกัส

ดูภาพโอ้ทฝีกถ่าย


ซูม ทำฉากหลังเบลอร์กันดีกว่า

ภาระกิจที่สอง ติ่งต่างว่าเพื่อนๆๆรู้จักซูมกล้องนะ ถ่ายมาดูกันหนุกๆๆ ซิว่าทำได้กันอะป่าว ขอบอกว่า เมื่อตัวเองเห็นภาพที่ตัวเองถ่าย สำหรับคนที่ไม่เคยถ่าย และไม่รู้ว่าทำยังไง เชื่อว่าต้องดีใจ และร้องอ๋อเลย จะถ่ายกี่ภาพตามสบาย ให้เอามาลง 4-10 ภาพนะ ทำตามนี้นะจ่ะ

1. หาของอะไรก็ได้มา หนึ่งชิ้น เอาชิ้นเดียวก่อนง่ายๆๆ
2. หาสถานที่ ฉากหลังเรียบๆๆ ไม่รก จะได้เห็นชัดๆๆ
3. วางของไว้ แล้วซูมกล้อง
4. เอากล้องส่องที่ของ แล้วหาตำแหน่ง ให้ของที่เราวาง ดูที่เราคิดว่าสวย
5. ขยับกล้องให้มองเห็นฉากด้านหลังด้วย ว่าเบลอร์แล้วๆๆๆๆๆ
6. กดชัตเตอร์ โฟกัส ของที่เราถ่าย ได้แล้วกดถ่ายเลย

ปล. ถ้าใครถ่ายมาของไม่ชัดไม่ว่ากันจ่ะ เพราะยังไม่ได้บอกว่า ล๊อกโฟกัสทำไง เรามาทำฉากหลังเบลอร์แบ่งกันดูก่อน อ่อ กล้องใครปรับได้ จะใช้โหมด ปรับไม่ว่ากันนะ หรือจะใช้ออโต้ก็ไม่ว่า แต่ห้ามใช้มาโคร เน้นซูมๆๆๆ

ดูภาพที่โอ้ทถ่ายมาตะกี้นี้ ไม่มีการปรับแต่ง กล้องโอ้ทปรับอะไรไม่ได้ อัตโนมัติจริงๆๆ


ดูชัดๆๆ ว่าเบลอร์จริงๆๆ

ทำความรู้จักกล้องตัวเอง แล้วแนะนำให้เพื่อนรู้จักด้วย

ภาระกิจแรก หลังจากเพื่อนๆ ทำความรู้จักกล้องตัวเองเป็นอย่างดี ไหนพากล้องคู่กายมาแนะนำให้เพื่อนๆ สมาชิกได้รู้จักด้วยซิค่ะ ขอรายละเอียดด้วย ตามตัวอย่างที่โอ้ทใส่ไว้เลยนะค่ะ....หวังว่าจะไม่ยากเกินไปน๊า..:-)

โฟกัส ล๊อกโฟกัส ทำยังไง?

ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่า โอ้ทเล่าวนไปวนมา เพราะนึกอะไรได้ก็จะเล่า เลยไม่ได้เรียงลำดับว่าอะไรควรจะรู้ก่อน หลังเพื่อนๆๆ ค่อยทะยอยอ่านตาม และ ฝีกถ่ายกันไปน่ะ สัญญาว่าไม่อมภูมิ มีอะไรรู้อะไรจะคายออกให้หมดเลย...


พูดถึงโฟกัส สำคัญมาก มากกว่า การปรับค่าก็ว่าได้มั้ง สำหรับความคิดส่วนตัวของโอ้ทเอง เพราะถ้าโฟกัสไม่ได้ ภาพออกมามีแต่เสียกับเสีย แต่ถ้าปรับแสงไม่เหมาะสมยังพอแก้ไขได้ในโปรแกรมตกแต่งภาพ หรือถ้า ปรับค่าอะไรไม่เป็นเลย ยังใช้โหมดสำเร็จรูปถ่ายได้ แต่ก็อีกไม่ว่าโหมดไหนถ้าโฟกัสไม่ได้ ภาพก็เสียอยู่ดี แล้วทำไง?วันนี้เล่ากันแบบพื้นๆๆ ง่ายๆๆ ไม่ต้องพิธิรีตองมากเรื่องนะ...โอ้ทจะบอกให้

เวลาเพื่อนๆๆ กดชัตเตอร์ถ่ายภาพ เห็นไหมว่ามีกรอบสี่เหลี่ยมโชว์ที่จอ LCD ด้วย เมื่อครั้งที่โอ้ทยังไม่รู้หลักการถ่ายภาพเลย ก็สงสัยว่าสี่เหลี่ยมเนี่ยมีไว้ทำไมหว่า กดชัตเตอร์จะต้องมีทุกครั้ง แล้วไม่เคยอ่านคู่มือกล้องอีกด้วย วันนี้รู้กระจ่างแจ้งว่า มันคือจุดโฟกัส เมื่อเราโฟกัสกล้องจะมีเสียงดัง ดิ๊ด บอกว่า จับโฟกัสได้แล้วนะ พร้อมถ่าย...แต่ไม่ง่ายแค่นั้น


เพื่อนๆๆ คงได้ยินคนถ่ายภาพพูดว่า "หลุดโฟกัส หรือ โฟกัสหลุด" โอ้ทจำได้ว่า สงสัยว่ามันหลุดยังไง ทำไมถึงหลุด

โฟกัสหลุดคือ จับโฟกัส ณ จุดที่ต้องการจับไม่ได้ แต่ไปอยู่ที่อื่น ผลที่ได้คือ สิ่งที่ต้องการถ่ายเบลอร์คับพี่น้อง ..คนที่ไม่รู้มาก่อน ร้อง อ๋อ เลยละซิ....เค้ารู้ :-) แล้ว ทำไงดีล่ะ? ก็ต้องล๊อกโฟกัสก่อน วิธีคือ


1. เล็งกล้องไปที่แบบที่จะถ่าย กดชัตเตอร์ครึ่งนึง ใครมือหนัก ทำไม่ได้ ก็ต้องฝีกๆๆ ให้กดครึ่งนึงให้ได้ กดครึ่งนึงหมายถึงยังไม่กดถ่ายนั่นเอง จะค้างไว้ก่อน ผลที่ได้คือกรอบสี่เหลี่ยมโฟกัสเนี่ย จะเปลี่ยนสี อาจจะเขียว แดง น้ำเงินก็ว่ากันไปตามที่กล้องแต่ล่ะรุ่นตั้งค่ามาจากโรงงาน และ จะมีเสียงติ๊ดด้วย หรืออาจไม่มี ไม่เป็นไร ให้สังเกตุว่าโฟกัสได้ กรอบจะเปลี่ยนสี


2. กดนิ้วค้างไว้ที่ชัตเตอร์ก่อนอย่าเพิ่งกดถ่าย เรามองดูในจอLCD ให้แน่ก่อนว่า สิ่งที่จะถ่ายชัดแล้ว ไม่เบลอร์ เพราะถ้ายังเบลอร์ ให้ปล่อยนิ้ว แล้วขยับกล้อง เข้า หรือ ขยับ ออก ให้ได้ระยะโฟกัส ตรงนี้ขอพูดถึงระยะโฟกัสนิดนึง ..กล้องจะมีระยะที่โฟกัสได้ ภาพชัดไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเลนส์ ตรงนี้รายละเอียดซับซ้อนไม่พูดถึงนะ เอาเป็นว่า กล้องแต่ละรุ่น เลนส์ต่างกัน ระยะโฟกัสก็ต่างกัน เราต้องรู้ระยะโฟกัสว่าห่างขนาดไหน โฟกัสจะชัด และ อีกสาเหตุที่ทำให้โฟกัสไม่ได้คือสีสันของวัตถุ หากพื้นหลัง หรือสิ่งอยู่รอบๆๆวัตถุหรือแบบที่เราจะถ่ายมีสีสันสดใจ ไฉไล เริดกว่า จะดึงดูดความสนใจกล้องให้เบี่ยงเบนไป สิ่งที่เราต้องทำคือ ขยับๆๆๆ หามุม แล้วล๊อกโฟกัสไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเห็นว่ากรอบโฟกัสจับแบบเรา และไม่เบลอร์ ค่อยกดถ่าย

ไม่ง่าย แต่ไม่ยาก ฝีกไปเรื่อยๆๆ ใช้เวลา โอ้ทเองกว่าจะโฟกัสได้นี่ หงุดหงิดเป็นเดือนสองเดือน บางวันไม่จับกล้องเลยก็มี รมณ์ บ่ จอย อะจ้า


3. เมื่อล๊อกโฟกัสแล้ว ดูว่า แบบชัดแล้ว คราวนี้ก็จัดองค์ประกอบภาพ (ไว้เล่าต่อไปในรายละเอียด) พร้อมถ่ายได้

ไม่อยากใช้โหมดอัตโนมัติใช้โหมดไหนดีล่ะ?

กล้องรุ่นที่ไม่มีโหมดปรับอะไรเลย ไม่ต้องกังวล ใช้ตามที่มี ปรับให้เหมาะกับประเภทแบบที่จะถ่ายเป็นพอ และโฟกัสให้เป็น
-ถ่ายคน ปรับไปรูปคน
-ถ่ายดอกไม้(มาโคร ระยะใกล้) ปรับไปรูปดอกไม้
-ถ่ายวิว ปรบไปรูปวิว
-ถ่ายภาพเคลื่อนไหว ปรับไปรูปกีฬา หรือ รูปเด็ก กล้องบางรุ่นจะแยก กีฬา กับ เด็ก ต่างหาก แล้วบางรุ่นยังมี ถ่ายสัตว์ด้วย
-ถ่ายภาพกลางคืน
-ถ่ายพลุ
ฯลฯ

หากมีโหมดไหนที่ไม่ได้พูดถึง เพราะจำได้ไม่หมด ให้จำไว้ว่าถ่ายอะไรให้ปรับไปตามโหมดที่เหมาะสม กล้องจะได้คำนวนค่าต่างๆๆให้เหมาะสม

สำหรับกล้องที่มีโหมดปรับเองได้ ตามนี้เลยจ้า... เล่าตามที่เข้าใจและปฎิบัติล้วนๆๆ ไม่วิชาการมากนักนะ เพราะ อ่านแล้วจะ มีน ตึ๋บๆๆๆ เราจะไม่ใช้โหมดอัตโนมัติแต่ะจะใช้โหมดที่จะเล่าต่อไปนี้ ภาพที่ได้สีสันสวยกว่าโหมดอัตโนมัติ ถ้าปรับได้เหมาะสม... ถ้าไม่เข้าใจสงสัย ถามได้

- Appeture priority (แอพเพเจอร์ ไพออริตี้ ) A หรือ บางรุ่นเป็น AV โหมดนี้ เราปรับค่ารูรับแสงเอง แล้วที่เหลือกล้องจะปรับให้ตามที่กล้องคำนวนว่าเหมาะสม แล้วเมื่อไรจะใช้ดีล่ะ? โหมดนี้ใช้ถ่ายแบบที่ไม่เคลื่อนที่ และในสภาวะที่เราต้องการควบคุมค่ารูรับแสงเอง

สรุปคือ เราปรับค่ารูรับแสงเอง กล้องจะปรับสปีดชัตเตอร์ให้

- Speed shutter priority ( สปีดชัตเตอร์ ไพรออริตี้) T S TV คืดตัวเดียวกัน แต่ละยี่ห้อเรียกต่างกัน โอ้ทจำได้ไม่หมด ถ้าเพื่อนเจออะไรแปลกๆๆ ก็มาถาม บอกต่อได้นะ ตัวนี้ก็ต้องปรับค่าสปีดชัตเตอร์เอง แล้วกล้องจะปรับค่ารูรับแสงให้ตามที่คำนวนว่าเหมาะสม ใช้กรณีไหนดี? ใช้เมื่อต้องการถ่ายหยุดความเคลื่อนไหว เช่นถ่ายนกบิน ถ่ายกีฬา ถ่ายสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหว ปรับเท่าไร บอกตายตัวไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และอัตราเร็วของการเคลื่อนไหวของวัตถุ คนถ่ายภาพจะต้องพิจารณาเอง ใหม่ๆๆ ไม่ต้องเศร้านะถ้าไม่ได้ เพราะกว่าจะประมาณได้เนี่ยต้องถ่ายแล้วถ่ายอีก เป็นร้อยๆ รูป และที่สำคัญอีกเช่นเดิมคือ โฟกัสให้ได้

- Manual (แมนนวล) M ตัวนี้สำหรับคนเก่งแล้ว จะว่าแบบนี้ก็น่าจะได้เน่อะ เพราะต้องปรับเองทุกค่า ควบคุมการทำงานของกล้องเองทั้งหมด กล้องจะทำงานตามสั่ง ไม่ใช้ทำให้เองอัตโนมัติหรือ ส่วนใดส่วนหนึ่ง ภาพที่ได้จะสมใจ หรือ เซ็งไป ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าคนควบคุมกล้อง เข้าใจ และ ปรับได้แค่ไหน

พอได้นะ

Wednesday, May 18, 2011

3 ก๊ก คบเป็นเพื่อนสนิทไว้เลยนะ


ติ๋งต่างว่าเพื่อนๆ รู้จัก สนิทสนมกับกล้องตัวเองแล้วน่ะ ว่าปุ่มต่างๆๆ ทำอะไรบ้าง คราวนี้ขอแนะนำ เจ้า 3 ก๊ก ที่เป็นหัวหลักของการถ่ายภาพ (ข้อมูลจากที่อ่านๆๆๆ และ ใช้อยู่ทุกวัน ไม่พ้นไปจาก 3 ก๊ก ที่ต้องปรับ) นั่นคือ ISO (ไอเอสโอ) appeture (แอพเพเจอร์) คนถ่ายรูปเรียกกันติดปากว่าค่า F (เอฟ) หรือที่เรียกกันบ้านๆๆ รูรับแสง นั่นเอง ...และ speed shutter (สปีดชัตเตอร์)

- ISO มีประโยชน์อย่างไรล่ะ? นั่นซิ ถ้าไม่อ่านก็ไม่รู้ ฮ่าฮ่า
เจ้า ISO ช่วยทำให้ภาพสว่างขึ้น ยิ่งปรับเลขมาก ก็ยิ่งสว่างมาก แต่ผลที่ตามมา และไม่เป็นปลื้มของคนถ่ายรูป คือจะมีจุด เม็ดเล็กๆๆๆ อยู่ทั่วทั้งภาพ ภาษาในวงการเรียกเจ้าจุดนี้ว่า noise (น้อยส์) อย่าถามว่าทำไม เพราะโอ้ทก็ไม่รู้ เขาเรียกแบบนี้ก็เรียกตามเขาไป รู้ไว้จะได้ไม่เชย...:-)
แล้วเราจะปรับไว้แค่ไหนดีล่ะ? ถ้าแสงแดดปกติ ไม่ครึ้มก็ปรับไว้ 100 หรือ ถ้ากล้องใครมีค่าต่ำสุดมากกว่า 100 ให้ปรับที่ค่าต่ำสุด แต่กล้องใครไม่มี ปรับไม่ได้ก็ไม่ต้องไปสนใจ อยู่เฉยๆๆ ดีแล้วจ้า ส่วนมากถ้าเป็นกล้อง DSLR ระดับดี ปรับค่าสูงในที่แสงน้อย เช่นในอาคาร เพราะไม่ต้องการใช้แฟลช จะปรับค่า ISO นี่ละช่วยให้ภาพสว่าง ปัจจุบัน มีโปรแกรมแต่งภาพ สามารถลด น้อยส์ ได้ด้วย จะทำให้ภาพเนียนขึ้น ที่บอกว่าไม่ต้องการใช้แฟลชเพราะจากที่อ่านมา (อีก) ภาพที่ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติจะดูสวยกว่าใช้แฟลช แต่รายละเอียดการใช้แฟลช โอ้ทยังไม่มีความรู้เพราะยังไม่เคยหาแบบลึกๆๆ เราก็รู้แค่ว่าถ้าไม่จำเป็นเลี่ยงการใช้แฟลชดีกว่า หาแสงธรรมชาติ ภาพจะนุ่มกว่า แต่ถ้าต้องใช้แฟลชให้ปรับระดับที่เหมาะสมกับระยะห่างของภาพ...เอาไว้ตรงนี้พอ แล้วค่อยเล่าเรื่องแฟลชอีกที

- รูรับแสง F หรือ แอพเพเจอร์ เอาไว้รับแสงไง ง่ายๆๆ ...:-) แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าปรับที่เท่าไรดี? ก็ต้องดูโดการวัดแสง ที่เหมาะสมด้วยตาของเราผ่านจอกล้อง ถ้ากล้องมีช่องเล็ก ภาษาวงการเรียก วิวฟายเดอร์ (view finder) โอ้ทจะมองช่องนี้มากกว่าช่อง LCD เพราะรู้สึกว่าเห็นภาพเหมือนจริงมากกว่า อีกอย่าง ถ้าในช่วงแสงแดดจัด เราจะมอง LCD ไม่เห็นเลย แต่ถ้ากล้องใครไม่มี ซึ่งคอมแพคส่วนมากไม่มี่ช่องวิวฟายเดอร์ก็ต้องหาทางมองจอ LCD ให้เห็น ไม่เช่นนั้นวัดแสงลำบาก

ปรับเลขน้อย รูจะใหญ่ กว้าง แสงก็จะเข้ามาได้มาก ปรับเลขมาก รูจะแคบ เล็ก แสงก็จะเข้ามาได้น้อย รู้ไว้ไม่ต้องท่องจำ เพราะถ้ากล้องใครมีปรับหมุนบ่อยๆๆ จะจำได้เองว่าด้านไหนแสงเข้าน้อย ด้านไหนแสงเข้ามาก และจะจำตัวเลขมาก หรือ น้อยได้อัตโนมัติ เพราะได้กับตัวเอง ตอนท่องใหม่ๆๆ มีนถ่ายบ่อยๆๆ ปรับทุกครั้ง รู้เอง

- speed shutter สปีดชัตเตอร์ นี่ก็ง่ายอีก ก็ความเร็วชัตเตอร์ไง อยากได้เร็วมากก็ปรับไปเลขมาก อยากได้เร็วน้อยก็ปรับไปเลขน้อย น่าจะจบ แต่ว่าไม่จบ...แล้วยังไงล่ะ ?

สปีดชัตเตอร์ ข้อแรกใช้เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของวัตถุ หยุดการเคลื่อนไหวคือ ถ่ายออกมาแล้วไม่เป็นสาย หรือที่เราเรียกกันว่าวิญญาณน่ะ เช่นถ่ายเด็กกำลังวิ่ง ถ้าไม่ปรับให้สูงในระดับที่หยุดความเคลื่อนไหวได้ ก็จะเห็นเด็กไม่ชัด เพราะกำลังวิ่งจะออกมาเป็นสาย หรือ ถ่ายรถในขณะที่เรานั่งอยู่ในรถ เพื่อนๆๆคงมีประสบการณ์นี้มาทุกคน จะเห็นว่ามีสายเส้นๆๆในภาพ นั่้นเพราะรถกำลังวิ่ง...พอเข้าใจไหมน๊า? แต่ถ้าถ่ายแบบนิ่ง ไม่ต้องปรับสูง ปรับให้ได้ตามที่มือเราถือได้ โอ้ทจะปรับที่ 1/60-1/80 (ตัวเลขคืออะไรไว้หาข้อมูลมาบอกอีกทีถ้าอยากรู้ เพราะไม่รู้ละเอียด รู้แต่ว่าตัวเลขหลังคือ กี่วินาทีที่ชัตเตอร์จะทำงาน ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งเร็ว)

ผลที่ตามมา ตัวเลขน้อย สปีดชัตเตอร์จะช้า เปรียบเสมือนกระพริบตาช้าๆๆ ทำให้แสงเข้ามาได้มาก แต่ตรงกันข้ามตัวเลขมาก เปรียบเสมือนกระพริบตาอย่างรวดเร็ว ทำให้แสงเข้ามาได้น้อย เพราะปิดเร็วแสงผ่านได้แว่บเดียว ภาพจะมืด

ต่อไป จะเล่าว่า 3 ก๊ก เขาเป็นกิ๊กกัน อย่างไรจ่ะ เพื่อนๆ ไปดูซิว่ากล้องตัวเองมี ครบทั้ง 3 หรือ มีบางตัว

มารู้จักกล้องกันหน่อยดีกว่าเน่อะ

ก่อนจะถลำลึกกว่านี้ มารู้จักกันก่อนว่า กล้องคอมแพค มีทั้งแบบอัตโนมัติ ปรับอะไรไม่ได้เลย กับ แบบกึ่งอัตโนมัติ ปรับได้บ้าง และ แบบอัตโนมือ คือปรับได้ทุกค่าเหมือนกล้อง ใหญ่ DSLR (ดีเอสแอลอาร์) เรียกว่าคอมแพคไลค์ ( compact like) เพราะขนาดเจ้าตัวนี้จะใหญ่ เหมือน DSLR ที่เรียก คอมแพคไลค์ โอ้ทเดาเองว่าย่อมาจาก compact like DSLR

เจ้ากล้องคอมแพคปัจจุบัน พัฒนาไปไกลมาก เพราะมีแบบเปลี่ยนเลนส์ได้แล้ว อีกอย่าง ราคากล้องคอมแพคคุณสมบัติดีๆๆ ราคาไม่ต่างจากกล้องไฮโซ DSLR เลย แถมยังมีอุปกรณ์ให้เล่น ใส่เพิ่มเสริมเข้าไปอีกมาก ถึงบอกว่าต้องรู้จักกล้องตัวเองให้ดีสุดๆๆ จะได้ไม่เกิดปัญหาว่า อ้าว กล้องฉันใส่อันนี้ เสริมได้ด้วยเหรอ ไม่รู้มาก่อน

-กล้องอัตโนมัติคือ กล้องที่ไม่มีปุ่มให้ปรับค่า แต่มีปุ่มที่ปรับได้อัตโนมัติตามประเภท เช่น ถ่ายคน ถ่ายดอกไม้(มาโคร หรือ ระยะใกล้) ถ่ายวิว และ อื่นๆๆ

-กล้องกึ่งอัตโนมัติคือ กล้องที่มีโหมด P ให้ปรับได้ เหมือนกล้องของโอ้ท แต่ก็ปรับได้แค่เลือกประเภทแสง เลือกค่า ISO และอะไรอีก จำไม่ได้ (จ๊ากกกกกกกกกก ) แต่จะปรับ สปีดชัตเตอร์ รูปรับแสงไม่ได้ ซึ่จะเล่ารายละเอียดต่อไป (อย่าใจร้อนนะ อิอิ)

-กล้องอัตโนมือ(เรียกเอง) คือกล้องที่มีโหมด M A S P ด้วย ปรับค่าได้ทุกตัว ซึ่งประเภทนี้คนถ่ายที่เข้าใจพื้นฐานจะถ่ายสนุกมาก และทำให้ภาพออกมามีสีสันสวยกว่า กล้องประเภทอื่น เพราะคนถ่ายควบคุมได้ แต่จะออกมาดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของกล้องแต่ละรุ่นด้วย

-กล้องคอมแพคเปลี่ยนเลนส์ได้ ตัวนี้จะลูกเล่นเยอะ เป็นแบบอัตโนมือ และเปลี่ยนเลนส์ได้ แต่เลนส์ส่วนมากจากที่โอ้ทอ่านมาอีก จะเป็นแบบปรับด้วยมือ ไม่แน่ใจว่ามีโฟกัสแบบอัตโนมัติไหม เพราะดูจากยูทูปบางรุ่นมีออโตโฟกัสด้วย



พอจะรู้จักกันแล้วน่ะ แล้วกล้องของเพื่อนๆๆ เป็นกลุ่มไหนน๊า?

ปล. ที่เล่ามาทั้งหมดนี้จากความเข้าใจของตัวเองล้วนๆๆเลย ถ้าเพื่อนติดข้องตรงไหนอยากรู้เพิ่มเติม หาข้อมูลในเนตดูได้เลยจ่ะ แล้วเอามาเพิมเติมกันนะ

รู้จักกล้องตัวเองดีแค่ไหนน๊า?

ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับกล้องของตัวเองให้ดีก่อน ไม่เช่นนั้น จะสื่อสารกัน คุยกันไปคนละเรื่องน่ะ จริงๆๆ สำรวจดูว่ามีปุ่มอะไรบ้าง แล้วแต่ละปุ่มทำอะไรได้บ้าง ถ้าขยันก็เปิดคู่มือทำตามไป แล้วสังเกตุสิ่งที่เกิดขึ้น หรือถ้าไม่ขยันก็เล่นไปโลด แต่ต้องสังเกตุว่าปุ่มที่กดนะมันเกิดอะไรขึ้น ม้นมีคำสั่งให้กล้องทำงานอะไรบ้าง
แน่นอน กล้องแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อแตกต่างกัน ดูของใครของมัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือพื้นฐาน และตัวสำคัญ 3 ตัว จำให้ได้ว่าปรับตรงไหน ISO F speed shutter แต่ถ้ากล้องใครไม่มี หรือ มีไม่ครบก็อย่าตกใจ เพราะกล้องคอมแพคมีแบบอัตโนมัติ กึ่งอัตโนมัติ(เรียกเอง) และ อัตโนมือ(ปรับค่าได้)
วันนี้ แนะนำว่าให้เพื่อนๆๆที่ไม่เคยทำความรู้จักกล้องตัวเองอย่างจริงจัง ไปทำความรู้จักซะนะค่ะ แล้วจะมาบอกต่อ

อ่อนีกได้อีกอย่าง จำยี่ห้อ และรุ่นกล้องที่ใช้ให้ได้ด้วย สะดวกในการหาข้อมูล หรือ เมื่อขอคำแนะนำจากผู้รู้จะได้เจาะจงที่กล้องของเรา เพราะหลายๆคน มีกล้อง แต่ไม่รู้ว่า รุ่นอะไร ยี่ห้อ จำได้ ....ฮ่าฮ่า


ขอบคุณที่มาอ่านจ่ะ
ปล. เมื่อรู้จักกล้องแล้ว อย่าลืมเอาไปให้เพื่อนๆๆ รู้จักกล้องของตัวเองด้วยนะค่ะ

ถ่ายยังไงให้หลังเบลอร์ (เอารูปมาใส่ด้วยนะ)

แอนน์ถามว่า ทำยังไงดีล่ะ กล้องคอมแพคธรรมดาเนี่ย อยากถ่ายคนให้ฉากหลังเบลอร์บ้าง โอ้ทขอตอบจากที่ได้อ่านๆๆๆ แล้วลงมือปฎิบัติแล้ว แต่โชคไม่ดี กล้องคอมแพคโอ้ทซูมได้ไม่เยอะ ไว้รอได้ตัวที่ซูมได้เยอะๆๆ จะเอาผลการทดลองมาให้ดูนะ
ความรู้ที่อ่านมาบอกว่า ฉากหลังจะเบลอร์ได้ดี ต้องใช้การซูมถ่าย แต่ว่าการซูมถ่ายมันก็ไม่ง่าย เพราะเมื่อซูม แน่นอนสิ่งที่ตามมาคือตำแหน่งที่ตัวแบบยืน หรือนั่งก็จะเพี้ยนไป เผื่อนึกภาพไม่อออก แบบนี้น่ะ ค่อยๆๆนึกตามนะเพื่อน..
- เมื่อถ่ายปกติให้คนยืนอยู่จุดที่ต้องการจะถ่ายภาพ เราจะเห็นว่า กล้องจับภาพได้เต็มตัว หรือ เต็มหน้า ใช่มะ
- และเมื่อเราซูม ในตำแหน่งที่คนยืนอยู่ที่เดิม คราวนี้จะเห็นว่า เข้ามาใกล้ แล้วที่เห็นเต็มตัวจะไม่เห็นแล้ว จะเห็นเฉพาะบางส่วน เวลาเราถ่าย ปกติ ก็ต้องจับเฉพาะหน้า หรือ ส่วนที่ต้องการถ่าย ช่าย ป่าว ...พอนึกออกมะ
ที่นี่มาเข้าคำถามของแอนน์...
-ก็ต้องซูมแล้วจับหน้าคน โฟกัสที่ดวงตา แล้ว ต้องสร้างกรอบให้ภาพ คือ เว้น บริเวณ ด้านข้างของภาพไว้ด้วย หรือ ถ้าอยากถ่ายเต็ม ก็ ต้องหามุม ให้เห็นฉากหลัง ที่พ้น หัวของตัวแบบ เราจะได้เห็นว่า ฉากเบลอร์แล้ว
นี่บอกแบบที่ปฎิบัติมาแล้วน่ะ ตั้งกล้องถ่ายตัวเอง แล้วหาตำแหน่งที่หน้ามันเข้าเลนส์ และจับได้พอดี ยาก ค่อดๆ เลยละเพื่อนเอ้ย ถ่ายคนอื่นง่ายกว่าเยอะ แล้วจะหาข้อมูลวิชาการมาแปะให้อีกรอบ
ภาพตัวอย่างที่ถ่ายหลักการนี้จากกล้องไฮโซน่ะ ต้องขอโทษที่ไม่มีภาพกล้องคอมแพคมาให้ ไว้จะลองใช้เจ้าจิ๋วกันน้ำดูว่าพอทำได้หรือเปล่า อ่อ ที่บอกไป ยังไม่ได้เน้นเรื่องปรับแสง หรือ ค่าอื่นๆๆนะ ตอบเฉพาะสิงที่ถาม จะได้ไม่ งง
ภาพตัวอย่าง ต้องสังเกตุดีๆๆ ว่าฉากหลังเบลอร์ ไว้จะถ่ายแบบฉากหลังโล่งๆมาให้อีกทีจะได้เห็นชัดๆๆนะ เพื่อน... แล้วขอบใจที่ถาม และ แวะมาอ่านด้วย ทำให้โอ้ทได้ทบทวนความรู้ ความเข้าใจตัวเองไปด้วย


Thursday, April 21, 2011

ดอกไม้นอกบ้าน

7 เม.ย 54...วันนี้ทำหน้าที่แจ๋วนอกบ้าน และขอถ่ายรูปดอกไม้ที่สนามบ้านที่ไปทำงานด้วย กิ่งสูงเลยหัวไปเยอะ แต่ก็พยายามโน้มกิ่งลงมาเพื่อจะถ่ายดอกไม้ และ เกษร โฟกัสได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะมองไม่เห็นจอ จากนั้น หมุนๆๆ หามุม ถ่ายโดยรวม แดดจ้ามาก แต่ก็หนาวอยู่



Saturday, April 16, 2011

ดอกแมกโนเลียสีขาวในวันแดดออก..White magnolia in a Sunny day

25 มี.ค 2554...วันนี้แดดออก ย่องไปถ่ายรูปดอกแมกโนเลียบ้านหัวมุมอีก เมื่อวันก่อนถ่ายมาครึมๆๆ เพราะไม่มีแดด  แต่วันนี้มีอุปสรรคลมเล็กน้อย โฟกัสพลาดไปหลายภาพ บางภาพใช้มือช่วยจับพอได้บ้าง บางภาพโฟกัสได้ดี ลมพัดมา ดอกไม้หลุดตำแหน่งอีก ภาพโดยรวม ชอบค้าบบบบบบบบบบบบ... คลิ๊กดูภาพเพิ่มเติมที่นี่จ่ะ

25th March 2011...Today was a sunshiny day so I walked to my neighbor's yards to take photos of flowers. The photos today were better than yesterday even though the wind made the composition difficult. Overall the photos are good, click to see more photos

Saturday, April 9, 2011

บ่ายวันเสาร์...Saturday afternoon

9 เม.ย 2554... ตื่นมาเวลาเที่ยงตรง เก็บที่หลับที่นอนเรียบร้อย เตรียมตัวอาบน้ำ มิสเตอร์บอกต้องไปเซ็นเอกสารภาษีก่อน บ่าย 3 โอ้ทบอกมิสเตอร์ให้ไปซื้อไก่เคเอฟซีเพราะอยากกิน แต่มิสเตอร์ไม่อยากกิน อ้าว! แบบนี้ก็อดไปด้วยอะจิ เพราะไม่ออกไปซื้อให้...

9th April 2011... I got up at noon today . After made the bed I prepared to take shower. My husband told , "We need to sign document for tax today."  I asked him to go out get KFC for me but he did not feel like to eat fried chicken  but he might go get for me later.


รถติดไฟแดง

 
ไฟเขียวแล้ว

 
ถึงแล้ว


หน้าสำนักงานมีต้นอะไรไม่รู้ดอกเต็มต้นสีแดง เหมือนดอกกุหลาบ เซ็นเอกสารเสร็จระหว่างรอมิสเตอร์จ่ายค่าเสียหาย ออกมาส่องดอกไม้รอ

We were at the office to sign tax document. There was a tree with red flower in front of the office. The flowers looked like roses.We finished sign the document then I told my husband went out for taking photos of the flowers while he was waiting for receipt.




























เสร็จธุระ กลับบ้านกันดีกว่า

 

 

 



แวะหม่ำๆๆที่ร้านเพอร์คินส์ใกล้บ้านก่อน ไม่ได้กินไก่ทอดเคเอฟซี ร้านนี้อร่อยชอบ

We stopped at Perkins where close to home before get back. It was good to eat at Perkins instead of KFC because I like the food at Perkins.