Life is short then do what brings happiness to life. Not just me who always smile but I wish you smile too, when reaches my comfort zone.

Search This Blog

Tuesday, June 14, 2011

คอมแพคละลายหลัง

ที่มาของข้อมูล

อุปกรณ์
Canon A495 (กล้องของคนถ่ายภาพชุดนี้ เราใช้กล้องของเราจ้า)
-ไม่ปรับสี ไม่ตัดภาพ(Crop) ย่อและusmเท่านั้น


  • USM = UltraSonic Motors ช่วยการโฟกัสให้ดีขึ้น (ความหมายคร่าวๆๆจ่ะ ถ้าสนใจรายละเอียด เสริจหาเพิ่มเติมตามสะดวกเลยนะ) ไม่ได้มีทุกตัว แล้วแต่เลนส์




  • คอมแพคน้อยๆ ของผมมีขนาดเซ็นเซอร์ที่เล็ก ดังนั้นการที่จะถ่ายภาพให้มีหลังละลายนั้น
    ก็จะต้องขึ้นอยู่กับ 1)การเลือกถ่ายฉากหลัง 2)ระยะห่างจากตัวแบบกับฉากหลัง และ3)ระยะห่างกล้องกับตัวแบบ




  • วิธีการได้ภาพของผม
    ภาพที่1และ2










  • 1)เลือกแบบ ...(ให้คิดถึงเรื่องสี)
    2)เลือกฉากหลัง ให้ฉากหลังเป็นสีโทนเดียวกัน และห่างจากแบบตั้งแต่ 30-50 ซม.ขึ้นไป แต่อย่าให้เกิน 1 เมตร
    3)ตั้งกล้องห่างจากแบบ 30-50 ซม. (มีขาตั้ง)
    4)ซูมกล้อง ให้ได้ค่ารูรับแสงที่ดีที่สุด ที่ไม่ทำให้ตัวแบบเกิดอาการแบนไปกับฉากหลังจนเกินไป ...กล้องผมทำได้แค่ F5.8 ครับ (การถ่ายให้ภาพเกิดมิติ แบบชัดลึก คือ ใช้ค่ารูรับแสงระดับกลางๆ...ว่าแต่มันกลางเท่าไหร่อ่ะ >"<)
    5)ปรับ ISO 100
    6)วัดแสงแบบ Spot เพราะตัวแบบของผมมันโทนสีทึบ ออกโทนดำ...ที่เลือกSpot เพราะกล้องจะช่วยเพิ่มความสว่างให้กับตัวแบบ จุดที่เราโฟกัส
    7)WB Auto
    8)ชดเชยแสง ลางลบ...(-1EV)...เพื่อเสริมให้ฉากหลังดูเขียวครึ้มๆ
    9)ผมไม่เปิดโหมด มาโคร

    เมื่อทุกอย่างลงตัว ก็ถ่ายภาพได้ครับ ^_^




    • สำหรับภาพที่3


    • ผมเลือกถ่ายโดยหมุนหามุม ที่มีฉากหลังมีความต่างของสี...
      โดยสีเขียวที่เห็นทึบๆ นั้นคือใบมะม่วง และ เขียวอ่อนๆ คือ ใบหญ้า ครับ
      ทำให้ภาพ3 ดูไม่น่าสนใจ ...เนื่องจาก ฉากหลังรก มองแล้วไม่เพลินตา T_T

      และที่สำคัญอีกอย่าง คือ ไม่ควรซูมกล้อง มากเกินไป เพราะจะทำให้เสียแสง และเม็ดเกรนจุดๆ ก็จะตามมา (เฉพาะ คอมแพคระดับล่าง เท่านั้น)

    Friday, June 3, 2011

    ภารกิจ(หิน)ที่สิบ "ปั้นน้ำเป็นตัว" หืดขึ้นคอตามกันแน่ๆๆ

    ภารกิจนี้เป็นสิ่งที่อยากถ่ายตั้งแต่เริ่มอ่าน เรียนรู้จากเวบ www.photonovice.com แต่ยังไม่แน่พอที่จะลงมือ เวลาล่วงพ้นไป ปีเศษๆๆ กล้องคอมแพคที่ดีก็ขายไป ตัวที่ใช้อยู่ก็คุณสมบัติไม่ถึง จนกระทั่งได้ตัวใหม่มา ประเดิมด้วยความท้าทายซะเลย ขอบอกว่า ยาก เนื่องด้วยกล้อง ปรับโฟกัสแบบแมนนวลไม่ได้ และ ยังวางมุม จับจุดไม่เป็น ครั้งแรกจริงๆ แต่ผลที่ออกมาสำหรับตัวเองถือว่าพอใจในครั้งแรก แต่ยังไม่ดีพอ เพราะต้องไม่ให้ภาพออกมาเห็นภาชนะ ต้องเห็นเฉพาะน้ำเท่านั้น...
    • ที่มาของภารกิจนี้ที่นี่  http://www.photonovice.com/forum/index.php?topic=336.0
    • เป็น workshop ฝึกถ่ายภาพ แบบลองผิด ลองถูกของผมเองครับ
      ผมอยากรู้ว่าเจ้า fuji s6500fd ของผมนี่ มันจะถ่ายหยุดการเคลื่อนไหวของหยดน้ำได้หรือเปล่า จึงได้เกิดการทำการทดลองขึ้น
      อุปกรณ์ ก็มี
      1. กล้อง digital compact f6500fd
      2. กระดาษสีดำ เป็นฉากหลัง
      3. กระป๋องแก้ว อลูมิเนียม
      4. ขวดน้ำ 1 ขวด
      5. หลอดดูด เอาไว้หยดน้ำ
      6. ผู้ช่วย 1 คน(เอาไว้หยดน้ำ)
      7. ขาตั้งกล้อง


  • ใช้หลักการถ่ายด้วยมาโคร + zoom นิดหน่อย
    ใช้ระบบ manual focus + เปิด แฟลช
    ใช้โหมด M ในการตั้งค่ารูรับแสง และความเร็วชัตเตอร์เอง
    ที่เหลือก็แค่ดวง และการคำนวณจังหวะการหล่นของหยดน้ำ และการเด้งขึ้นมาของหบดน้ำนะครับ




  •  




  • ถ่ายไป 70 กว่ารูป ได้มาแค่ 6 รูป ที่ชัดๆ อย่างที่เห็นนี่แหละครับ


    • กล้องคอมแพค ที่ปรับอะไรไม่ได้เลย กดถ่ายได้อย่างเดียว
    ผมก็คิดว่า สามารถถ่ายได้นะครับ  ถ้าถ่ายที่ที่แจ้ง มีแสงแดดแรงๆ หน่อย
    ยังไงเวลาถ่ายภาพ กล้องมันก็น่าจะคำนวณค่าความเร็วชัตเตอร์ให้สูงๆได้ ตามสภาพแสง

    จะยากก็ตรงที่ให้กล้องรู้จักระยะโฟกัสที่หยดน้ำจะหยดลงนั่นแหละครับ เพราะถ้าเรากดชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่ง ตอนที่หยดน้ำ ยังไม่หล่นลงมา กล้องมันจะไปโฟกัส ฉากหลังสีดำแทน แล้วเวลาถ่ายภาพหยดน้ำ มันก็จะได้หยดน้ำเบลอ ฉากหลังชัดไป

    ถ้าใครมีระบบ manual focus ก็แค่เอาหลอดมาไว้ตรงกลางแก้ว แล้วหาโฟกัส ระยะชัดที่สุดไว้ หลังจากนั้น กล้องมันก็จะจำค่าระยะตรงนี้ ตลอด โดยเราไม่ต้องปรับใหม่ทุกครั้ง

    แต่ถ้าใครไม่มี ก็ต้อง หาอะไรมาวัดตำแหน่งที่หยดน้ำจะหล่นลงมาก่อน เช่นพวก หลอด หรือ อะไรก็ได้ โดยการกดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ระบบวัดระยะโฟกัสว่า จะอยู่ที่หลอดดูดนี้นะ  เมื่อกดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง แล้วค้างไว้ แล้วยกหลอดให้สูงขึ้น เพื่อเวลาถ่ายภาพ จะได้ไม่เห็นหลอดดูด หลังจากนั้นก็กะจังหวะกดชัตเตอร์ไปจนสุด ช่วงที่หยดน้ำตกลงมา แค่นี้แหละครับ

    ดูเหมือนง่ายๆ นะครับ แต่เวลาทำจริงๆ ยากพอสมควรเด้อ  แต่ถ้าสามารถควบคุม ทั้งจังหวะการหยดน้ำ ควบคุมแสง ควบคุมระยะโฟกัสของภาพได้ ก็จะสนุกกับการถ่ายหยดน้ำกันล่ะครับ
    (ปล. เพื่อนๆๆ คลิ๊กเข้าไปในลิงก์ดูภาพใหญ่นะจ่ะ ว่าอลังการแค่ไหน เห็นแล้วทึ่ง )

    Wednesday, June 1, 2011

    ถ่ายพลุด้วยกล้องคอมแพคยังไงดี

    ถาม:
    สวัสดีสาร เดือนหน้าวันชาติอเมริกาจะมีจุดพลุ รบกวนสารแนะนำวิธีถ่ายพลุให้พี่ทีจิเอาแบบกล้องคอมแพคอัตโนมัติปรับไม่ได้น่ะ เพราะมีเพื่อนๆๆถามมาตอบไม่ถูก หาในเนตมีแต่แบบปรับค่าต่างๆๆแนะนำทั้งนั้นเลย รู้แต่ว่าต้องใช้ขาตั้ง หรือมีที่เขียนไว้แล้วเอาลิงก์มาให้พี่ก้ได้นะ หาไม่เจอ ขอบใจจ่ะ

    ตอบ :
    วิธีการ ถ้าเป็นกล้องอัตโนมัติ  ลองใช้ ซีนถ่ายพลุ  ดูนะครับ  แล้วปรับ iso ให้ต่ำสุด  ถ้ากล้องมาโหมดนี้แล้วปรับค่า iso เองไม่ได้ให้เปลี่ยนไปถ่ายหมวดไหนก็ได้ที่มันปรับค่า iso เองได้
    เพราะสิ่งสำคัญของเราไม่ควรเร่ง iso สูง เดี๋ยวภาพจะมี noise เยอะ

    หลังจากนั้น ถ้าจะให้ดี ก้ตั้งเวลาถ่าย 2 วินาที  เพื่อป้องกันกล้องสั่น ตอนกดชัตเตอร์ลงไปทันที  แล้วกะดูเอาว่า พอหมด 2 วินาทีแล้ว  กล้องมันบันทึกภาพได้ทันพลุ หรือเปล่า  ต้องลองเสียงดวงดูจ้า

    ถาม:
    ปัญหาคือว่า กล้องปรับอะไรไม่ได้เลยไม่ว่าโหมดไหน ไอเอสโอก็ปรับไม่ได้ แล้วเพื่อนที่ถามบอกว่า ใช้โหมดถ่ายพลุก็ไม่สวย พี่ไม่เคยใช้ แต่แนะนำเขาไปให้ใช้ขาตั้ง พี่จะบอกเขาให้ตั้งเวลาถ่ายดูนะ แล้วให้ใช้โหมดอื่นถ่ายดูด้วย ลองไปเรื่อยๆๆ ดีไหม

    สารจะเขียนวิธีถ่ายพลุหรือเปล่า พี่จะได้รอเข้าไปอ่าน เพราะพี่ก็อยากถ่ายด้วย อ่านในเวบหลายเวบเขาเขียนไว้ ไม่เข้าใจตรงเอาผ้าดำปิดไว้ แล้วเปิดถ่ายอีก เนี่ย งง แล้วชัตเตอร์ B อีก ในคอมแพคมีด้วยไหม หรือว่าเขาพูดถึง DSLR

    รบกวนด้วยนะ พี่จะได้เก็บภาพพลุสวยๆๆมาอวด

    ตอบ:
    ชัตเตอร์ B   ไม่มีในกล้องคอมแพคครับ
    ผ้าดำ เอาไว้ ถ่ายกับการใช้รีโมท  กล้องคอมแพคถ่ายภาพพลุ ให้สวยๆ ยากกว่ากล้อง dslr เยอะ  แต่ถ้าถ่ายได้ มันจะภูมิใจกว่าเยอะ

    ถ่ายโหมดไหนก็ได้ ที่มันปรับค่า iso เองได้ เพื่อป้องกัน ไม่ให้กล้องเร่ง iso สูง 
    และควรตั้งเวลาถ่าย ไม่ควรกดชัตเตอร์ลงไปทันที เพราะตอนกดกล้องอาจจะสั่นได้ ภาพอาจจะเบลอ  ถึงต้องใช้ การตั้งเวลาถ่ายนะครับ

    Sunday, May 29, 2011

    จะถ่ายรูปสักรูป ปรับโหมดไหนดีน๊า?


    กล้องดิจิตอล ทุกตัวจะมีโหมดให้ปรับถ่ายภาพที่เหมาะสมอยู่ แต่ละรุ่นจะมีปุ่ม แผง หรือ ที่ให้เลือกปรับโหมดพวกนี้ต่างกันไปบ้าง รุ่นจอสัมผัสก็ต้องเข้าไปปรับในฟังก์ชั่น กดเลือกที่จอ กล้องที่โอ้ทใช้ต้องเข้าไปที่ เมนู แล้วเลือก โดยทั่วไป กล้องจะมีปุ่มที่เห็นชัดๆๆ กดได้เลย เมื่อต้องการคือ แฟลช(รูปลูกศรลง ยักๆ) ตั้งเวลาถ่าย(รูปนาฬิกา) มาโคร(รูปดอกไม้) และ โหมด(เข้าไปเลือกโหมดที่ต้องการใช้ คือที่เรากำลังจะคุยกัน)
    ภาพตัวอย่างโอ้ทถ่ายจากกล้องตัวใหญ่ เพราะกล้องตัวเล็กของโอ้ทต้องกดเข้าไปปรับในเมนู มาพูดถึงแต่ละตัวคร่าวๆๆกัน เป็นแนวทางเวลาเพื่อนๆ ถ่ายคราวต่อไปจะได้เลือกให้เหมาะกับประเภทของภาพเน่อะ
    ปล. โอ้ทบอกคร่าวๆๆตามที่ตัวเองเข้าใจนะ เพราะปกติไม่ได้ใช้พวกนี้ จะใช้ M ปรับเองทุกค่า เพราะภาพจะออกมาตามที่เรากำหนดได้ดีกว่า ถ้าปรับได้เหมาะสม
    •  รูปคน ใช้ถ่ายคนนั่นเอง ไม่เห็นยาก (ฮ่าฮ่า) ที่ภาษาทางการเรียกว่า พอร์ตเทรตนั่นแหละ portrait  แม้ว่่าเราจะไม่ถ่ายคน จะถ่ายสิ่งมีชีวิตอื่นๆๆ หรือ แม้กระทั่งสิ่งของที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเราก็เลือกตัวนี้จ้า อ่อ แล้วจุดโฟกัสเนี่ยต้องดวงตาเลยน่ะ ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ โฟกัสที่ตาใส เป็นประกาย และถ้าเราจัดมุมกล้อง ระยะห่างของแบบกับพื้นหลัง ได้ระยะเหมาะสม พื้นหลังจะเบลอร์จ้า
    • รูปวิว ใช้ถ่ายวิว  ในรูปจะเป็นภูเขา จะได้มุมกว้างขึ้น (ดูไม่รู้สักเท่าไรเน่อะ) ที่รู้มาเวลาถ่ายวิวเนี่ยจะโฟกัสอินฟินิตี้คือไม่ได้โฟกัสเฉาะเจาะจงที่ใดที่หนึ่ง กล้องจะปรับค่าอัตโนมัติให้เองภาพที่ออกมาจะชัดเท่ากันหมด
         เหมาะสำหรับถ่ายสวนดอกไม้ ที่ต้องการนำเสนอ ดอกไม้สีสันสวยงามทั้งสวน ที่โยโย่ถามไว้นะ
    • รูปคนวิ่ง ใช้ถ่ายกีฬา หรือ แบบที่เคลื่อนไหว โหมดนี้กล้องจะปรับสปีดชัตเตอร์ให้สูงอัตโนมัติ แต่ถ้าอยู่ในที่แสงน้อย กดชัตเตอร์ถ่ายแล้วช้ามากๆๆ นั่นหมายถึงกล้องเขาปรับค่ารูรับแสงให้ต่ำลง ชัตเตอร์แม้จะสูง ก็มีผลทำให้ช้าเหมือนกัน เวลากดถ่ายถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ห้ามขยับกล้องจนกว่าจะได้ยินเสียง กริ๊ก ว่ากล้องได้ทำการถ่ายภาพแล้ว ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นภาพสาย ไม่มีอะไรเลยนะจ่ะ
    • รูปคน มีดาวด้วย ใช้ถ่ายภาพกลางคืน แต่เป็นภาพที่ไม่เคลื่อนไหวน่ะ
    • รุปพลุ เอาไว้ถ่ายพลุ
    • โหมด P เป็นโหมดที่ปรับค่าได้บางตัว ISO  จุดโฟกัส (จะบอกต่อไป) ปรับชดเชยแสง (EV)  white balance(ประเภทแสงเช่น แสงดวงอาทิตย์ แสงนิออน) แต่ปรับสปีดชัตเตอร์ กับ รูรับแสงไม่ได้
    เพื่อนๆ จะถ่ายอะไรก็เลือกโหมดตามนี้ เบื้องต้นจ่ะ ถ้ามีโหมดอะไรแปลกๆๆ ถามมาจะหาคำตอบให้ หรือถ้ารู้ก็เอามาบอกต่อนะ จะได้เป็นข้อมูลเพื่อนๆๆด้วย ปรับโหมดตามนี้ ภาพจะออกมา สวยกว่าถ่ายอัตโนมัติ

    จากนี้ก็ตามสะดวกของเพื่อนๆ จ้า ส่วนหมวดอื่นๆๆ M AV TV และ อื่นๆๆ ต้องรู้จัก 3 ก๊กนั่นแหละ

    " ป่า "

    ฝีกโฟกัส  มาโคร  จะทำโปเก้ด้วยก็ได้ตามสะดวก ให้ถ่ายภาพดูแล้วได้อารมณ์ "ป่า" จะสร้างภาพ หรือจะเข้าป่าจริงๆๆ ไม่ว่ากัน ภาพที่โอ้ทถ่ายมา สร้างเอง ถ่ายจากสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่นในหมู่บ้าน กับ ที่บ้านตัวเอง จับภาพเปลือกไม้ ใบไม้แห้ง ยอดไม้ ยอดใบไม้ที่โผล่ออกมาจากต้นไม้   ถ่ายมาเยอะๆๆเลยนะ ลงอย่างน้อย 10 ภาพ อย่างมาก ไม่เกิน 200 ภาพ ตามพิกัดของเฟสบุ๊คต่อ... หนึ่งอัลบัมจ้า


    ข้อห้าม ไม่เอาภาพดอกไม้
    ขอบใจเพื่อนๆๆที่มาหัดถ่ายรูป แล้วเอาภาพมาแบ่งกันดูค้าบบบ


    "น้องมด" (ยากมาก)

    ภาระกิจที่หก ยากมาก โอ้ทพยายามาสองสามเดือนแล้วยังไม่สำเร็จสักที เนื่องจาก น้องมดไม่ยืนนิ่่ง หากกล้องใครที่ปรับสปีดชัตเตอร์ไม่ได้เหมือนกล้องโอ้ท มีแต่ตายกะตาย ฮ่าฮ่า แต่โอ้ทไม่ยอม ตามต่อไป วันนี้ไปยืนอยู่โคนต้นไม้ที่สวนหน้าหมู่บ้านตามเล็งเจ้ามดน้อยนี่เป็นชั่วโมงจนหน้ามีด ปรับมาโครถ่าย

     ดูภาพที่นี่จ่ะ  ไม่สำเร็จเหมือนกัน เพราะกล้องปรับสปีดชัตเตอร์ไม่ได้ ทั้งหมด ได้ดีมา 2 ภาพ


    " หยดน้ำ "

    ภารกิจที่ห้า มาถ่ายหยดน้ำกันดีกว่า ดูแล้วสดชื่่น โดยการใช้มาโคร ตามนี้จ้า

    1. ถ้าฝนไม่ตกไม่ต้องตกใจ สร้างเอาเองโลด
    2.จะถ่ายบนกลีบดอกไม้ ใบไม้ หรือ บนวัตถุอื่นๆๆ หลังมือ ฝากระป๋อง อะไรก็ได้ตามแต่จะคิดเอานะเพื่อนๆๆ
    3.จัดการ ปรับมาโคร แล้ว หมุนหามุม ให้รอบๆๆ เอาให้เจอว่าพิศดารเลยนะ อิอิ แล้วโฟกัสแม่นๆๆ มือนิ่งๆๆ แล้วถ่ายมาโลดดดดดดดดดดดด

    ... งานนี้อยากถ่ายกี่ภาพตามสบาย แต่ขอมาอวดเพื่อนๆ อย่างน้อย 10 ภาพ แต่อย่าเกิน 200 ภาพน่ะ เพราะเฟสบุ๊ครับได้อัลบัมละไม่เกิน 200 ภาพ ดูภาพตัวอย่างของโอ้ทที่นี่ โอ้ทรดน้ำต้นไม้เสร็จแล้วก็สร้างภาพ เพราะแดดแรงวันนี้ไม่มีฝน








    Monday, May 23, 2011

    วางพระเอก นางเอกตรงไหนดี?

    เพื่อน ๆ สังเกตไหมเวลาเราถ่ายภาพแต่ละภาพจะจับโฟกัสตรงกลาง แล้วก็กดแชะ รูปออกมาก็จะเห็นพระเอก นางเอกเราอยู่ตรงกลางทุกภาพ ดูไปนาน ๆ ก็ทำให้เบื่อได้เหมือนกันเน่อะ แต่เรากลุ่มกล้องคอมแพค ก.ศ.น พัด ตะ นา แล้ว  เรามาจัดพระเอก นางเอกของเรากันดีกว่า ให้ดูน่าสนใจมากขึ้น ทำไง?  อยากรู้แล้วละซิ




    • กล้อง(โอ้ทเชื่อว่าทุกตัว) จะมีฟังก์ชั่นให้ปรับช่องตารางเหมือนตารางเล่น เอ็กซ์ โอ ภาษาวงการเรียก กริดไลน์ เส้นกริด Grid (หากกล้องของใครมีตารางเส้นละเอียดกว่านี้ไม่ต้องตกใจ เพราะกล้องคุณสมบัติยิ่งสูง จะมีตารางที่ละเอียดด้วย)  วันนี้จะได้รู้ละว่าเจ้าเส้นนี้มีไว้ทำไม โอ้ทก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกัน มารู้ตอนศึกษานี่แหละ เจ้าเส้น หรือตารางเอ็กซ์ โอ เอาไว้ช่วยให้จัดระเบียบ วางพระเอก นางเอกของเราในตำแหน่งที่ดูแล้ว ทำให้ภาพน่าสนใจกว่า วางไว้ตรงกลาง เพื่อนๆ เปิดกล้องตัวเองดูตามไปด้วยก็ได้  

    • จากภาพ จะเห็นจุดที่เส้นตัดกัน สี่จุด นี่ละที่เราจะเอาพระเอก นางเอกวางไว้ แต่จะวางตรงไหน เราก็พิจารณาให้ภาพดูสวย โดยให้พื้นที่ด้านหน้าของพระเอก และ นางเอกของเรา มีมากกว่า ด้านหลัง จะมองแล้วได้อารมณ์มากกว่า แต่บางภาพ ด้านหลังมีพื้นที่มากกว่าด้านหน้าก็ได้อารมณ์มากกว่า เช่น ถ่ายรูปเด็ก หรือ คนวิ่ง หรือนั่ง เดินหันหน้ามาทางเรา แล้วด้านหลังเห็นแนวทะเล และ หาดยาวไปสุดตา เราต้องดู และคิดไปด้วยว่า เราต้องการสื่ออะไรในภาพ  ดูแล้วมีเรื่องราวในภาพนั่นเอง  คิดว่าเพื่อน ๆ คงเคยได้ยิน ว่าภาพบอกเรื่องราว 



    • เพื่อนๆๆ คงมีคำถามว่า โฟกัสอยู่ตรงกลาง แล้วจะเอาไปวางที่จุดยังไงล่ะ? สำหรับกล้องที่ เลื่อนจุดโฟกัสไม่ได้ เราทำโดยการล๊อกโฟกัสไว้ก่อน เมื่อดูภาพแล้วว่าจุดที่ล๊อกไว้ภาพชัด เราอย่าเพิ่งกดถ่ายให้ล๊อกค้างไว้ (ตรงนี้ต้องระวังมากๆๆ สำหรับมือใหม่เพราะนิ้วหลุดต้องกลับมาล๊อกใหม่นะจ่ะ) แล้วขยับกล้อง จัดการให้พระเอก นางเอก อยู่ตรงจุดใดจุดหนึ่งที่เราคิดว่า ภาพจะออกมาน่าสนใจ ตามที่เล่าไว้ด้านบน แล้วก็ถ่ายได้  สังเกตว่าเมื่อล๊อกโฟกัสแล้ว เราเลื่อนเพื่อวางตำแหน่งให้พระเอก นางเอก จุดที่เราล๊อกไว้แล้วยังชัดอยู่ แต่ถ้าไม่ชัด สรุปได้เลยว่า โฟกัสหลุดระหว่างทางค้าบบบบบบบ
    • อ่อ อีกนิด เกือบลืม ต้องมองดูในกรอบ จอดีๆ ว่าไม่มีอะไร รกตา ที่ทำให้เรื่องราวในภาพไม่น่าสนใจ เช่น ถังขยะเป็นต้น ฮ่า ฮ่า 
    • หัดไปเรื่อยๆๆ ก็จะมองเป็นเองนะว่าอะไรที่น่าเก็บไว้ในภาพ หรือ อะไรไม่น่าเก็บ ตอนโอ้ทหัดใหม่ๆๆ ก็ คิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรใส่ในภาพบ้างถึงจะดูดี  คืออะไรที่ไม่ดึงความสนใจของคนดูจากการมองพระเอก นางเอกในภาพไปนั่นเอง

    Friday, May 20, 2011

    ฉากโปเก้

    ภาระกิจที่สี่ ...ต่อเนื่องทำฉากหลังเบลอร์ กับ โฟกัสเลย เอามาใช้ด้วยกัน แต่ครั้งนี้เพื่อนๆ จะตื่นเต้นเล็กน้อย (หรือ โอ้ทตื่นเต้นคนเดียวก็ไม่รู้น่ะ) มาหัดทำฉากโปเก้ให้ภาพกันดีกว่า โปเก้คือแสงกลมๆๆ ที่เห็นด้านหลังแบบนะแหละ ทำอย่างไร ...ตามนี้ ถ่ายกี่ภาพตามสบาย เอามาแบ่งกันชม นะ อย่าลืม สีสัน อย่ากลืนกัน ระหว่าง แบบกับ ฉาก ไม่เช่นนั้น ไม่เด่น เพราะกล้องคอมแพคเขาไม่เก่ง

    1. หาแบบที่จะถ่าย และต้องถ่ายวันที่มีแดดด้วยนะ ฟ้ามืดไม่เกิดแน่ๆๆ หรือ ยาก
    2. หาสถานที่ ให้ด้านหลังของแบบ มีช่องน้อยๆๆ เยอะๆๆ ยิ่งดี เพื่อให้แสงลอดผ่านเข้ามาตามช่องได้ เช่น ต้นไม้ใบเยอะๆๆ เป็นต้น เท่าที่นึกได้
    3. หาตำแหน่งที่วางแบบ แล้ว จัดการ ซูม โฟกัส โดย ให้ ด้านหลัง ส่องไปตรงช่องที่แสงลอดผ่านมาได้ จะเห็นว่า มีวงกลมๆๆ เหลี่ยมๆๆ ไม่เป็นไร มันมีปัจจัย ไว้โอ้ทหาข้อมูลมาเล่าอีกที
    4. กด แชะเลยจ้า



    ถ่ายใกล้ๆๆ...มาโคร

    เพื่อนๆ เห็นปุ่มปรับถ่ายมาโครที่กล้องตัวเองกันแล้วนะ  ถ้าเป็้นกล้องที่ปรับค่าอะไรไม่ได้ ก็เลือกที่รูปดอกไม้ ถ้าเป็นกล้องที่ใช้โหมด แฟนซีได้ พวก A T M นี่แหละ จะมีฟังก์ชั่นเข้าไปให้ปรับมาโครต่างหาก ลองหาดูว่าอยู่ไหน แต่ถ้ายังหาไม่เจอ ก็ใช้รูปดอกไม้ถ่ายไปก่อน แต่ถ้าหาเจอแล้วจะทำให้ได้สีสัน สวยกว่าเพราะเราปรับเอง ถ้าปรับได้เหมาะนะจ่ะ... หาได้แล้ว อย่าเพิ่งรีบไปส่องซิ ...ไม่ใช่ปรับปุ๊บ เอาละว่ะ มาโครถ่ายใกล้ จ่อสุดๆๆ ใกล้เต็มที่ กดชัตเตอร์แชะ...เบลอร์เต็มๆๆ อ้าว! ก็โอ้ทบอกปรับรูปดอกไม้ แล้วถ่ายใกล้ได้....โอ้ทซวยเลย...แว๊กกกกกกกกกกก
    • กล้องแต่ละตัวจะมีความสามารถเข้าใกล้แบบ หรือ วัตถุ สิ่งทีเราต้องการถ่ายได้ไม่เท่ากัน อย่างกล้องโอ้ทใกล้ได้ 1 เซ็นติเมตร  กล้องบางคน ได้ 5 เซ็นติเมตร โอ้ทไม่รู้ว่าทั่วๆ ไปใกล้ได้กี่เซ็นติเมตร เพราะไม่เคยหาอ่าน จะรู้แต่กล้องของตัวเอง เพราะเวลาปรับจะบอกไว้ กล้องโอ้ทจะปรับมาโครได้ สองระดับ คือแบบมาโครธรรมดา ใกล้แบบห่าง (แต่ใกล้กว่าถ่ายปกติ) กับอีกระดับ ใกล้ 1 เซ็นติเมตร
    • สังเกตว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าระยะไหนที่มาโครได้ ? เมื่อปรับไปที่มาโครแล้ว ให้เอากล้องไปส่องที่แบบ/วัตถุ/สิ่งที่เราต้องการถ่าย แล้ว ล๊อกโฟกัส (เห็นไหมว่าล๊อกโฟกัสสำคัญ ออกงานทุกงาน) ดูว่าชัดหรือยัง ถ้าไม่ชัดนั่นหมายความว่า ระยะไม่ได้ ต้องขยับ ถ้าจ่อใกล้มากไป ก็ถอยออก ถ้าถอยออกมากไป ก็ไม่ชัดต้องขยับเข้า ไม่ง่าย ต้องใจเย็น แต่เมื่อเข้าใจ รู้ระยะมาโครของกล้องตัวเองแล้ว ต่อไปก็หมูๆๆ กล้วยๆๆ
    • เมื่อได้ระยะแล้ว ล๊อกโฟกัสแล้ว ก็ ถ่ายได้แล้วค้าบบบบบบบบบบบบบบบ






    Thursday, May 19, 2011

    แฉลับ 3 ก๊ก เป็นกิ๊กกัน

    เพื่อนๆ อยากรู้กันใช่ไหมว่า 3 ก๊ก เขาเป็นกิ๊กกัน ยังไง มาๆๆๆ โอ้ทจะแฉ... แต่เรื่องนี้จะเล่ายากหน่อยเพราะ ซับซ้อน ถ้าเล่าแล้ว งง ถามกันใหม่นะค้าบบบบบบบ
    ISO  ค่าF หรือ รูรับแสง (Appeture) และ สปีดชัตเตอร์ (Speed Shutter) มีความสัมพันธ์ และ มีผลต่อภาพ
    • ISO ถ้าถ่ายภาพปกติทั่วไปจะตั้งไว้แล้วไม่ต้องแตะอีกเลย นอกจากสถานการณ์แสงน้อยจริงๆๆ ซึ่งไม่ต้องการใช้แฟลช ต้องปรับ ISO ขึ้น จะทำให้ภาพขาวขึ้น ยิ่งปรับสูงยิ่งขาว (โอ้ทไม่เรียกสว่าง แต่ในวงการเรียกสว่าง ก็ภาพออกมาขาวนี่นา ไม่สว่างใส) ฉะนั้นต้องระวังดีๆๆ หากถ่ายในวันแดดจ้า แล้วปรับค่า รูรับแสงไว้ที่กว้างแล้ว ดันลืมว่าปรับ ISO ไว้สูง เพื่อนๆๆ อาจจะได้ภาพสีขาวววววววววววววววว มองอะไรไม่เห็นเลยได้ เพราะโอ้ททำมาแล้ว แบบนี้...ฮ่าฮ่า แล้วยิ่งสปีดชัตเตอร์ต่ำด้วยละก็ ไม่ต้องบอกเลย ยิ่งกว่าขาวววววววว จั๊วะซะอีก ถ้าไม่เชื่อ เพื่อนๆๆ ที่กล้องปรับค่า 3 กิ๊กได้ ลองปรับแล้วถ่ายภาพดูด้วยตาตัวเอง แต่ต้องเป็นวันแดดดีด้วยน่ะ แล้วปรับISO สูง รูรับแสง เลขน้อยที่สุด และ สปิดชัตเตอร์น้อยๆๆ
    • คราวนี้เรามาสมมุติว่าเราจะถ่ายภาพ ดอกไม้กันดีกว่า...วันแดดสวย ลมไม่พัด ดอกไม้อยู่นิ่งเชียว ไม่มีอุปสรรค งั้นเรามาปรับกล้องกัน  ISOปรับไว้แล้วที่ 100 หรือค่าที่ต่ำสุดของกล้องหากสูงกว่า 100 บางรุ่นต่ำสุด 125 ก็ปรับไว้ที่ 125 แต่ถ้าปรับต่ำกว่า 100 ภาพจะมืดลง พิจารณาตามเหมาะสมก็ได้ ทั่วไปกลางๆๆปรับไว้ที่ 100 จากนั้นมาวัดแสง โดยการมองที่จอ LCD หรือ ช่องมองภาพ  แล้วปรับสปีดชัตเตอร์ เราถ่ายดอกไม้อยู่นิ่ง ก็ใช้สปีดชัตเตอร์ปกติ 1/60-1/80 แล้วค่อยมาปรับรู รับแสงค่ารูรับแสง F ไปจนกว่าจะเห็นว่าไม่มืดเกินไป หรือ สว่างเกินไป จากประสบการณ์กล้องที่ใช้ ดูจอ LCD ต้องให้มืดกว่าเล็กน้อย เวลาโหลดดูภาพใหญ่ในคอมฯ สีจะสวยพอดี ถ้ากล้องมี EV บอก ก็ให้ต่ำกว่า 0( ศูนย์ ) เล็กน้อย  (EV ยังไม่พูดถึงเน่อะ รู้ไว้ว่าเป็นการชดเชยแสง เพราะโอ้ทยังไม่รู้เยอะมาก ) ในสถานการณ์นี้ ถ้าเพื่อนๆ ยัง งง ปรับไม่ถูก แต่ไม่อยากใช้โหมดอัตโนมัติ ให้ใช้โหมด A  หรือ T(S) ก้ได้ ปรับค่าเดียว
    • ในทางตรงข้ามกันถ้าถ่ายภาพเคลื่อนไหว( ISO ไม่ปรับ) เช่นกระรอก เขาไม่อยู่นิ่ง จะขยุกขยิก เคลื่อนไหวตลอดเวลา เราต้องปรับสปีดชัตเตอร์เป็นหลัก เท่าไรดี ลองก่อน 1/100 ถ้ายังไม่ได้ คือถ่ายแล้วยังมีเป็นสายอยู่ ต้องปรับขึ้นอีกให้กดถ่ายแล้ว ทุกอย่างเห็นชัด เช่นกระรอกกำลังเกาคาง กดตอนเกา จะเห็นเท้าหยุดกางอากาศ  แต่ถ้าต้องการให้เห็นภาพว่ากำลังเกาเคลื่อนไหว จะเป็นเป็นสายตรงขาที่เกา ก็ต้องปรับน้อยลง ...(ตรงนี้เพื่อนๆ ๆน่าจะ งง อธิบายยาก ต้องไปลองทำ) พอปรับสปีดชัตเตอร์แล้ว มาวัดแสงบ้าง มองจอ LCD ดูว่า ต้องปรับ ให้กว่้างหรือแคบ เพราะสปีดชัตเตอร์ยิ่งสูง แสงเข้าได้น้อย ต้องปรับ รูรับแสงช่วยกัน แต่ถ้าปรับรูรับแสงกว้างสุดแล้วยังมือ ตอนนี้ล่ะ ได้ปรับ ISO ถ้าไม่อยากใช้แฟลช (แฟลชต้องปรับระยะให้เหมาะสมด้วย แล้วค่อยเล่าต่อไป)

    ยากเน่อะ ค่อยๆๆ อ่าน แล้ว ทำตามไป เห็นภาพ รู้ว่าปรับยังไง ก็จะค่อยๆๆ เข้าใจเองนะเพื่อนๆๆ อีกอย่าง สภาพแสงน้อยจะมีผลให้สปีดชัตเตอร์ช้าลง ในบางสถานการณ์แสงน้อยมาก จนทำให้สปีดชัตเตอร์ที่ปรับไว้สูง(เร็ว) แล้ว ยังช้า ไม่ต้องตกใจถ้าสปีดชัตเตอร์ช้า เมื่อถ่ายแล้วอย่ารีบขยับกล้องให้ค้างไว้จนกว่าเสียงชัตเตอร์จะดังคลิ๊ก เพราะเมื่อชัตเตอร์ช้า กดปุ๊บเสียง คลิ๊ก ยังไม่ดังทันที เหตุการณ์นี้หากขยับกล้อง ภาพที่ออกมาจะเสียเลย เคยไหม ถ่ายรูปคน กดชัตเตอร์ปุ๊บ นึกว่าถ่ายแล้ว ขยับกล้อง ดูภาพ อ้าวทำไมติดถนน ฟะ...ก็กล้องยังไม่คลิ๊กถ่ายเลย ขยับก่อนไงค้าบบบบ

    • ปรับค่าต่างๆๆได้แล้ ล๊อกโฟกัส ถ่ายได้จ้า
    สรุปว่า 3 ก๊ก ยังคงกิ๊กกันอยู่ ณ ปัจจุบัน

    ปรับแสงให้สมดุล

    เพื่อนๆ คงสงสัยกันบ้างละน่ะ ว่าทำไมถ่ายภาพออกมาแล้วสีแดง เหลือง ไม่ใสเลย อย่างบ้านโอ้ทไม่มีไฟนีออน หลายๆๆบ้านในอเมริกาคงจะเหมือนกัน มีแต่ไฟหลอดสีนวล เหลือง แม่บ้านอย่างเราจะชอบถ่ายภาพอาหาร แต่ทำไมออกมาสีไม่สวยเลยล่ะ ก็ไฟในครัวมันเหลือง แล้วจะทำอย่างไรกันดี.....ไม่อยากจ่ะ ทำแบบนี้นะ



    เพื่อนๆๆสำรวจปุ่มต่างๆๆ ทำความรู้จักกล้องกันมาแล้ว ตั้งแต่แรก (ใครที่ยังไม่รู้ก็รีบทำความคุ้นเคยกับกล้องตัวเองซะ ไม่งั้นเขาจะดื้อไม่เชื่อฟังนะจะบอกให้) เพื่อนๆ เปิดที่โหมดประเภทแสง โอ้ทจำไม่ได้ว่าภาษาอังกฤษ และ ภาษาในวงการเรียกไวท์บาลานซ์ (White Balance)



    แสงอาทิตย์(ดวงอาทิตย์) ภาษาอังกฤษเรียก Daylight (เดย์ไลท์) เลือกใช้วันที่แดดดี ฟ้าใส

    แสงในร่ม Shade(เฉด) จะไม่สว่างเหมือนแสงอาทิตย์ แต่ออกสีขุ่นเล็กน้อย

    แสงไฟกลม (เรียกหลอดกลมหรือเปล่า) Tungsten Light (ทังสเตนไลท์) จะออกสีอมฟ้านิดๆๆ

    แสงนิออน Fluorescent light (ฟลูออเรสเซ่น ไลท์) สีจะเหมือนไฟนีออน ขาวนวล

    อัตโนมัติ AWB (Auto White Balance) โอ้ทจะปรับในสถานการณ์ที่ปรับทุกตัวแล้วสียังดูไม่สวย ประมาณว่าไม่รู้จะปรับตัวไหนดี ใช้ตัวนี้เลย





    ถ้าหากปรับแสงได้เหมาะสม ภาพจะออกมาสีใกล้ธรรมชาติ แต่หลายๆๆคนจะปรับแสงให้เป็นศิลปะ ก็ตามชอบ เช่นถ่ายแดดจ้า แต่อยากได้สีน้ำตาลหน่อยหรือ เหลืองก็ปรับที่แสงไฟกลม หรือ แสงในร่ม ดูในจอ LCD เวลาเลือกแต่ละประเภทสีจะเปลี่ยนไป โอ้ทยังจำไม่ได้แม่น ขณะเขียนนี้ก็เปิดกล้องดูไปด้วย







    ตอนนี้เพื่อนๆๆ ก็รู้แล้วนะว่าทำยังไงให้ภาพออกมาสีธรรมชาติที่สุด







    ยกตัวอย่าง ทุกครัั้งที่โอ้ทถ่ายอาหารในครัวแสงหลอดกลมจะเป็นสีน้ำตาล ต้องปรับไปที่หลอดกลม กล้องจะปรับให้เป็นสีธรรมชาติใกล้ความจริงที่สุด

    ภาระกิจสาม โฟกัส ล๊อกโฟกัส ซูมฉากหลังเบลอร์

    ภาระกิจที่สาม ให้เพื่อนๆหัดล๊อกโฟกัส รวมกับภาระกิจที่สองหลังเบลอร์ และ ถ่ายรูปมาดูกันอยากถ่ายกี่รูปตามสบายเลย แต่เอามาแบ่งกันดูคนละ 4-10 ภาพเหมือนเดิม กติกาตามนี้

    1. หาแบบ หรือ สิ่งที่ถ่าย สองชิ้น จัดวาง จัดวางแบบในระยะห่างต่างกัน ใกล้ และ ห่าง
    2. วางแบบตามชอบ ให้โฟกัสสลับชิ้นกัน ถ้ากล้องทำได้จะเห็นชิ้นโฟกัสชัดกว่าชิ้นที่ไม่โฟกัส ถ้ากล้องคุณสมบัติไม่ถึง ไม่เป็นไร
    3. ถ่ายโฟกัส ชิ้นหน้า
    4.ถ่ายโฟกัสชิ้นหลัง

    กล้องแต่ละตัวคุณสมบัติต่างกัน ผลออกมาแบบไหนไม่ซีเรียสขอให้โฟกัสแจ่มๆๆพอ แล้วหลังเบลอร์ด้วย จะให้เบลอร์ทุกภาพ หรือบางภาพก็ได้ แต่ต้องมีทั้งเบลอร์ และ โฟกัส

    ดูภาพโอ้ทฝีกถ่าย